พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าของเว็บ เว็บมาสเตอร์ และนักไซเบอร์ ต่างต้องรู้ไว้ จะได้เตรียมตัวและป้องกันเสียแต่เนิ่น ๆ
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันระบบคอมพิวเตอร์ได้เป็นส่วนสำคัญของการประกอบกิจการและการดำรงชีวิตของมนุษย์ หากมีผู้กระทำด้วยประการใด ๆ ให้ระบบคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานตามคำสั่งที่กำหนดไว้หรือทำให้การทำงานผิดพลาดไปจากคำสั่งที่กำหนดไว้ หรือใช้วิธีการใด ๆ เข้าล่วงรู้ข้อมูล แก้ไข หรือทำลายข้อมูลของบุคคลอื่นในระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ หรือใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จหรือมีลักษณะอัน ลามกอนาจาร ย่อมก่อให้เกิดความเสียหาย กระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของรัฐ รวมทั้งความสงบสุขและศีลธรรมอันดีของประชาชน สมควรกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔ ตอนที่ ๒๗ ก หน้า ๑๓) ในพระราชบัญญัติจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ หมวดความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และหมวด อำนาจของเจ้าหน้าที่ แต่ ณ ที่นี้ จะขอกล่าวเพียงบางมาตราที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เพื่อให้เว็บมาสเตอร์ และ เจ้าของเว็บไซต์ได้ระวังตัว จะได้ไม่เผลอกระทำผิดกฏหมายแบบไม่เจตนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการ รับ – ส่ง อีเมล
ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
มาตรา ๕ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึง
โดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๖ ผู้ใดล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ
ถ้านำมาตรการดังกล่าวไปเปิดเผยโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุก
ไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๗ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ
และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น
มิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๙ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือ
บางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๘ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้
กฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ตอน : การกำหนดฐานความผิดและบทกำหนดโทษ การพัฒนากฎหมายอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ในเบื้องต้นนั้น พัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงลักษณะการกระทำความผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ ระบบข้อมูล และระบบเครือข่าย ซึ่งอาจสรุปความผิดสำคัญได้ 3 ฐานความผิด คือ- การเข้าถึงโดยไม่มีอำนาจ (Unauthorised Access)- การใช้คอมพิวเตอร์โดยไม่ชอบ (Computer Misuse)- ความผิดเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ (Computer Related Crime)ทั้งนี้ ความผิดแต่ละฐานที่กำหนดขึ้นดังที่สรุปไว้ข้างต้น มีวัตถุประสงค์ในการให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกัน ดังนี้1. ความผิดฐานเข้าถึงโดยไม่มีอำนาจหรือโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และการใช้คอมพิวเตอร์ในทางมิชอบการกระทำความผิดด้วยการเข้าถึงโดยไม่มีอำนาจหรือโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และการใช้คอมพิวเตอร์ในทางมิชอบ ถือเป็นการกระทำที่คุกคามหรือเป็นภัยต่อความปลอดภัย (Security) ของระบบคอมพิวเตอร์และระบบข้อมูล เมื่อระบบไม่มีความปลอดภัยก็จะส่งผลกระทบต่อความครบถ้วน (Integrity) การรักษาความลับ (Confidential) และเสถียรภาพในการใช้งาน (Availability) ของระบบข้อมูลและระบบคอมพิวเตอร์(1) การเข้าถึงโดยไม่มีอำนาจการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายนี้ อาจเกิดได้หลายวิธี เช่น การเจาะระบบ (Hacking or Cracking) หรือการบุกรุกทางคอมพิวเตอร์ (Computer Trespass) เพื่อทำลายระบบคอมพิวเตอร์หรือเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูล หรือเพื่อเข้าถึงข้อมูลที่เก็บรักษาไว้เป็นความลับ เช่น รหัสลับ (Passwords) หรือความลับทางการค้า (Secret Trade) เป็นต้นทั้งนี้ ยังอาจเป็นที่มาของการกระทำผิดฐานอื่นๆต่อไป เช่น การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อฉ้อโกงหรือปลอมแปลงเอกสาร ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเนื่องเป็นมูลค่ามหาศาลได้คำว่า "การเข้าถึง (Access)" ในที่นี้ หมายความถึง การเข้าถึงทั้งในระดับกายภาพ เช่น ผู้กระทำความผิดกระทำโดยวิธีใดวิธีหนึ่งโดยนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นั้นเอง และหมายความรวมถึง การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งแม้บุคคลที่เข้าถึงจะอยู่ห่างโดยระยะทางกับเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่สามารถเจาะเข้าไปในระบบที่ตนต้องการได้"การเข้าถึง" ในที่นี้จะหมายถึง การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้ ดังนั้น จึงอาจหมายถึง การเข้าถึงฮาร์ดแวร์ หรือส่วนประกอบต่างๆของคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลที่ถูกบันทึกเก็บไว้ในระบบเพื่อใช้ในการส่งหรือโอนถึงอีกบุคคลหนึ่ง เช่น ข้อมูลจราจร เป็นต้นนอกจากนี้ "การเข้าถึง" ยังหมายถึงการเข้าถึงโดยผ่านทางเครือข่ายสาธารณะ เช่น อินเทอร์เนต อันเป็นการเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายหลายๆเครือข่ายเข้าด้วยกัน และยังหมายถึง การเข้าถึงโดยผ่านระบบเครือข่ายเดียวกันด้วยก็ได้ เช่น ระบบ LAN (Local Area Network) อันเป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้ๆกันเข้าด้วยกันสำหรับมาตราดังกล่าวนี้ กำหนดให้การเข้าถึงโดยมิชอบเป็นความผิด แม้ว่าผู้กระทำจะมิได้มีมูลเหตุจูงใจเพื่อก่อให้เกิดความเสียหายก็ตาม ทั้งนี้ เพราะเห็นว่าการกระทำดังกล่าวนั้นสามารถก่อให้เกิดการกระทำผิดฐานอื่นหรือฐานที่ใกล้เคียงค่อนข้างง่ายและอาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง อีกทั้งการพิสูจน์มูลเหตุจูงใจกระทำได้ค่อนข้างยาก(2) การลักลอบดักข้อมูลมาตรานี้บัญญัติฐานความผิดเกี่ยวกับการลักลอบดักข้อมูลโดยฝ่าฝืนกฎหมาย (Illegal Interception) เนื่องจากมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองสิทธิความเป็นส่วนตัวในการติดต่อสื่อสาร (The Right of Privacy of Data Communication) ในทำนองเดียวกับการติดต่อสื่อสารรูปแบบเดิมที่ห้ามดักฟังโทรศัพท์หรือแอบบันทึกเทปลับ เป็นต้น"การลักลอบดักข้อมูล" หมายถึง การลักลอบดักข้อมูลโดยวิธีการทางเทคนิค (Technical Means) เพื่อลักลอบดักฟัง ตรวจสอบหรือติดตามเนื้อหาสาระของข่าวสารที่สื่อสารถึงกันระหว่างบุคคล หรือกรณีเป็นการกระทำอันเป็นการล่อลวงหรือจัดหาข้อมูลดังกล่าวให้กับบุคคลอื่น รวมทั้งการแอบบันทึกข้อมูลที่สื่อสารถึงกันด้วยทั้งนี้ วิธีการทางเทคนิคยังหมายถึง อุปกรณ์ที่มีสายเชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย และหมายรวมถึงอุปกรณ์ประเภทไร้สาย เช่น การติดต่อผ่านทางโทรศัพท์มือถือ เป็นต้นอย่างไรก็ดี การกระทำที่เป็นความผิดฐานลักลอบดักข้อมูลนั้น ข้อมูลที่ส่งต้องมิใช่ข้อมูลที่ส่งและเปิดเผยให้สาธารณชนรับรู้ได้ (Non-Public Transmissions) การกระทำความผิดฐานนี้จึงจำกัดเฉพาะแต่เพียงวิธีการส่งที่ผู้ส่งข้อมูลประสงค์จะส่งข้อมูลนั้นให้แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดโดยเฉพาะเจาะจงเท่านั้น ดังนั้น มาตรานี้จึงมิได้มีประเด็นที่ต้องพิจารณาถึงเนื้อหาสาระของข้อมูลที่ส่งด้วยแต่อย่างใด(3) ความผิดฐานรบกวนระบบความผิดดังกล่าวนี้คือ การรบกวนทั้งระบบข้อมูลและระบบคอมพิวเตอร์ (Data and System Interference) โดยมุ่งลงโทษผู้กระทำความผิดที่จงใจก่อให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลและระบบคอมพิวเตอร์ โดยมุ่งคุ้มครอง ความครบถ้วนของข้อมูล และเสถียรภาพในการใช้งานหรือการใช้ข้อมูลหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่บันทึกไว้บนสื่อคอมพิวเตอร์ได้เป็นปกติตัวอย่างของการกระทำความผิดฐานดังกล่าวนี้ ได้แก่ การป้อนข้อมูลที่มีไวรัสทำลายข้อมูลหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือการป้อนโปรแกรม Trojan Horse เข้าไปในระบบเพื่อขโมยรหัสผ่านของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ สำหรับเพื่อใช้ลบ เปลี่ยนแปลง แก้ไขข้อมูลหรือกระทำการใดๆอันเป็นการรบกวนข้อมูลและระบบ หรือการป้อนโปรแกรมที่ทำให้ระบบปฏิเสธการทำงาน (Daniel of Service) ซึ่งเป็นที่นิยมกันมาก หรือการทำให้ระบบทำงานช้าลง เป็นต้น(4) การใช้อุปกรณืในทางมิชอบมาตรานี้จะแตกต่างจากมาตราก่อนๆ เนื่องจากเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการผลิต แจกจ่าย จำหน่าย หรือครอบครองอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการกระทำความผิด เช่น อุปกรณ์สำหรับเจาะระบบ (Hacker Tools) รวมถึงรหัสผ่านคอมพิวเตอร์ รหัสการเข้าถึง หรือข้อมูลอื่นในลักษณะคล้ายคลึงกันด้วยแต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึง อุปกรณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องระบบหรือทดสอบระบบ แต่การจะนำอุปกรณ์เหล่านี้มาใช้ได้ก็ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องมีอำนาจหรือได้รับอนุญาตให้กระทำได้เท่านั้นสำหรับการแจกจ่ายนั้น ให้รวมถึงการส่งข้อมูลที่ได้รับเพื่อให้ผู้อื่นอีกทอดหนึ่ง (Forward) หรือการเชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้าด้วยกัน (Hyperlinks) ด้วยสำหรับเรื่องอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ของประเทศไทย เราก็คงจะว่ากันอย่างคร่าวๆเพียงเท่านี้ เพื่อให้มีพื้นที่ว่างสำหรับเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจด้วย เพราะว่ากฎหมายไอทีนั้น มีอยู่มากมายหลายชนิด ต้องแบ่งๆกันไป
วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2551
เรื่องที่เรียนวันที่5กันยายน51
เรื่องที่เรียนในวันนนี้เรียนเกี่ยวกับ บทที่ 9
เรื่องปัญหาสังคมจากเทคโนโลยีสารสนเทศจริยธรรม และกฎหมาย
*แนวทากการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ
-ใช้แนวทางสร้างจริยธรรมในตัวผู้ใช้เทคโนโลยีฯ
-สร้างความเข้มแข็งให้กับตนเอง
-ใช้แนวทางการควบคุมสังคมโดยใช้วัฒนธรรมที่ดี เป็นต้น
*ประเด็นการพิจารณาการใช้จริยธรรมเพื่อแก้ปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ
* และการใช้กฎหมายเพื่อแก้ปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ
เรื่องปัญหาสังคมจากเทคโนโลยีสารสนเทศจริยธรรม และกฎหมาย
*แนวทากการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ
-ใช้แนวทางสร้างจริยธรรมในตัวผู้ใช้เทคโนโลยีฯ
-สร้างความเข้มแข็งให้กับตนเอง
-ใช้แนวทางการควบคุมสังคมโดยใช้วัฒนธรรมที่ดี เป็นต้น
*ประเด็นการพิจารณาการใช้จริยธรรมเพื่อแก้ปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ
* และการใช้กฎหมายเพื่อแก้ปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ
วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551
สถานที่ท่องเที่ยยว
สถานที่ท่องเที่ยวภูกระดึง จังหวัดเลย




อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย

ผาหล่มสัก อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 9 กิโลเมตร เป็นลานหินกว้างและมีสนต้นหนึ่งขึ้นชิดริมผาใกล้กับชะง่อนหินที่ยื่นออกไปในอากาศทางทิศใต้ บริเวณผาหล่มสักนี้มองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาสลับซับซ้อนในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ และเป็นจุดหนึ่งที่จะชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างชัดเจนและงดงามมาก ผู้ที่ไปชมประอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ควรเตรียมเสื้อกันหนาวและไฟฉายสำหรับใช้ส่องทางเวลาเดินกลับที่พัก ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง

น้ำตกถ้ำใหญ่ ห่างจากน้ำตกเพ็ญพบประมาณ 1 กิโลเมตร เส้นทางเดินไปสู่น้ำตกจะดูใกล้นิดเดียวสำหรับคนชอบธรรมชาติ ชมนกชมไม้ เพราะตลอดเส้นทางครอบคลุมไปด้วยป่าดิบเขาที่มีพรรณไม้ใหญ่และร่มครึ้มกว่าทุกเส้นทางน้ำตกอื่นๆ อาจได้พบต้นส้มกุ้ง (Begonia sp.) ออกดอกเป็นสีชมพู เกสรกลางสีเหลือง ชอบขึ้นตามทางในพื้นที่สูงอย่างป่าดงดิบเขา ในเส้นทางถ้ำใหญ่นี้มีทางเดินบางช่วงที่เลียบข้างลำห้วยเล็กๆ มีต้นเมเปิ้ลอยู่เป็นระยะๆ หากช่วงต้นมกราคม เส้นทางนี้จะแดงฉานด้วยใบเมเปิ้ลที่ร่วงหล่นเกลื่อนพื้นป่า ความสวยงามของน้ำตกถ้ำใหญ่จะแปลกตาด้วยโขดหินมหึมาวางทับซ้อนไม่เป็นระเบียบ ลำธารนี้ขนาบข้างด้วยต้นเมเปิ้ล ยามเมเปิ้ลแดงล่วงหล่น ขัดสีให้ลำธารหินเขียวสวยงามมีสีสันและมีชีวิตชีวาขึ้นมามากนัก
น้ำตกธารสวรรค์
ลักษณะภูมิประเทศ สภาพทั่วไปของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เป็นภูเขาหินทรายยอดตัดอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของที่ราบสูงโคราช ใกล้กับด้านลาดทิศตะวันออกของเทือกเขาเพชรบูรณ์ ลักษณะโครงสร้างทางธรณีของภูกระดึงเกิดขึ้นในมหายุค Mesozoic เป็นหินในชุดโคราช ประกอบด้วยชั้นหินหมวดหินภูพานหมวดหินเสาขัว หมวดหินพระวิหาร และหมวดหินภูกระดึง พื้นที่ส่วนใหญ่ของภูเขาอยู่ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางระหว่าง 400-1,200 เมตร มีพื้นที่ราบบนยอดเขากว้างใหญ่คล้ายรูใบบอน ประกอบด้วยเนินเตี้ยๆ ยอดสูงสุดคือ ภูกุ่มข้าว สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,350 เมตร สภาพพื้นที่ราบบนยอดภูกระดึงมีส่วนสูงอยู่ทางด้านตะวันตกและตะวันออกเฉียงใต้ พื้นที่ค่อยๆ ลาดเทลงมาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทำให้ลำธารสายต่างๆ ที่เกิดจากแหล่งน้ำบนภูเขาไหลไปรวมกันทางด้านนี้ เป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำพอง ซึ่งหล่อเลี้ยงเขื่อนอุบลรัตน์และเขื่อนหนองหวาย ในจังหวัดขอนแก่น
ลักษณะภูมิอากาศ ภูมิอากาศของอุทยานแห่งชาติภูกระดึงบริเวณที่ระดับต่ำตามเชิงเขา มีสภาพโดยทั่วไปใกล้เคียงกับบริเวณอื่นๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคม ฝนตกชุกที่สุดระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน อุณหภูมิเฉลี่ยรายปี 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดในเดือนมกราคม และอุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายน สภาพอากาศทั่วไปบนยอดภูกระดึง แตกต่างจากสภาพอากาศในที่ราบต่ำเป็นอย่างมาก โดยปริมาณน้ำฝนจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 ของปริมาณน้ำฝนบนที่ต่ำ เนื่องจากอิทธิพลของเมฆ/หมอกที่ปกคลุมยอดภูกระดึงเป็นเนืองนิจ ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคมอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยระหว่าง 0-10 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยระหว่าง 21-24 องศาเซลเซียส ส่วนในฤดูร้อนระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยระหว่าง 12-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยระหว่าง 23-30 องศาเซลเซียส อากาศบนยอดภูกระดึงมักจะแปรปรวน มีเมฆหมอก ลอยต่ำปกคลุมบ่อยครั้ง อากาศจึงค่อนข้างเย็นตลอด
แผนที่ภูกระดึง

ปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน ของทุกปี เปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 31 พฤษภาคม ของทุก
เรื่องที่เรียนวันที่29สิงหาคม51
วันนี้เรียนเกี่ยวกับบทที่ 8
เรื่อง ปัญหาที่เกิดจากคอมพิวเตอร์และมาตรการควบคุม
1.รู้และเข้าใจว่าทำไม่ต้องให้ความสนใจในเรื่องความปลอดภัยในด้านปกป้องข้อมูลเมื่อใช้อินเทอร์เน็ต
การโจมตีที่อาจจะมาจากวิธีการต่างๆ
-Denial of Service คือการโจมตีเครื่องเพื่อให้เครื่องมีภาระงานหนักจนไม่สามารถให้บริการได้
-Scan คือวิธีการเข้าสู่ระบบโยใช้เครื่องมืออัตโนมัติเพื่อสแกนสู่ระบบหรือหาช่องทางการติดตั้งหรือการกำหนดระบบผิดพลาด
-malicious code คือการหลอกส่งโปรแกรมให้โยจริงๆแล้วอาจเป็นไวรัส
2.ความรู้เบื่องต้นเกี่ยวกับวัยรัสคอมพิวเตอรอร์
3.ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Firewaii
4.ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Proxy และ Cookies
5.มารตรการควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตจากภัยคุกคามด้านจริยธรรม
6.การยศาสตร์หรือออร์กอนอมิกส์
เรื่อง ปัญหาที่เกิดจากคอมพิวเตอร์และมาตรการควบคุม
1.รู้และเข้าใจว่าทำไม่ต้องให้ความสนใจในเรื่องความปลอดภัยในด้านปกป้องข้อมูลเมื่อใช้อินเทอร์เน็ต
การโจมตีที่อาจจะมาจากวิธีการต่างๆ
-Denial of Service คือการโจมตีเครื่องเพื่อให้เครื่องมีภาระงานหนักจนไม่สามารถให้บริการได้
-Scan คือวิธีการเข้าสู่ระบบโยใช้เครื่องมืออัตโนมัติเพื่อสแกนสู่ระบบหรือหาช่องทางการติดตั้งหรือการกำหนดระบบผิดพลาด
-malicious code คือการหลอกส่งโปรแกรมให้โยจริงๆแล้วอาจเป็นไวรัส
2.ความรู้เบื่องต้นเกี่ยวกับวัยรัสคอมพิวเตอรอร์
3.ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Firewaii
4.ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Proxy และ Cookies
5.มารตรการควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตจากภัยคุกคามด้านจริยธรรม
6.การยศาสตร์หรือออร์กอนอมิกส์
วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2551
เรื่องที่เรียนวันที่ 22สิงหาคม51
เรีนยเกี่ยวกับเรื่อง
-Electronic Mail
-Search Engine
ได้แก่ ที่มีคำทั้งหมด and เช่น หาคำเหล่านี้ ดำ เขียว เหลือง
ที่ตรงกันทั้งวลี " " เช่น " ดำ เขียว เหลือง"
ที่มีคำเหล่านี้อย่างน้อยหนึ่งคำ or เช่น ดำ or เหลือง อย่างใดอย่างหนึ่ง
ที่ไม่มีคำเหล่านี้ not เช่น ดำ เขียว -เหลือง
และเรียนเกี่ยวกับบทที่ 7 ซอฟต์แวร์เพื่อสังคม
คือซอฟต์แวร์ที่ที่ทำให้ผู้คนสามารถพบปะ ทำงานร่วมกันโดยมีคอมพิวเตอร์เป็นซื่อกลาง เกิดเป็นสังคมหรือชุมชนออนไลน์ เช่น
-Blog
-Internet Forum
-Wiki
-Instant messaging เป็นต้น
-Electronic Mail
-Search Engine
ได้แก่ ที่มีคำทั้งหมด and เช่น หาคำเหล่านี้ ดำ เขียว เหลือง
ที่ตรงกันทั้งวลี " " เช่น " ดำ เขียว เหลือง"
ที่มีคำเหล่านี้อย่างน้อยหนึ่งคำ or เช่น ดำ or เหลือง อย่างใดอย่างหนึ่ง
ที่ไม่มีคำเหล่านี้ not เช่น ดำ เขียว -เหลือง
และเรียนเกี่ยวกับบทที่ 7 ซอฟต์แวร์เพื่อสังคม
คือซอฟต์แวร์ที่ที่ทำให้ผู้คนสามารถพบปะ ทำงานร่วมกันโดยมีคอมพิวเตอร์เป็นซื่อกลาง เกิดเป็นสังคมหรือชุมชนออนไลน์ เช่น
-Blog
-Internet Forum
-Wiki
-Instant messaging เป็นต้น
เรื่องที่เรียนวันที่ 8สิงหาคม51
บทที่ 6
เรียนเกี่ยวกับเรื่องเครือข่ายคอมพวเตอร์และเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
การเชื่อมต่อทางการภาพ
-การเชื่อมต่อผ่านระบบโทรศัพท์
-การเชื่อมเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเครือข่ายท้องถิ่น
-การเชื่อมต่อเครือข่ายท้องถิ่นเป็นเครือข่ายระยะไกล
การติดตั้งโมเด็ม
การเชื่อมต่อทางซอพต์แวร์
เครือข่ายอินเตอร์เน็ต
-ตำแหน่งของคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
-ระบบชื่อโดเมน
และลักษณะการแปลงเลขฐาน
เรียนเกี่ยวกับเรื่องเครือข่ายคอมพวเตอร์และเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
การเชื่อมต่อทางการภาพ
-การเชื่อมต่อผ่านระบบโทรศัพท์
-การเชื่อมเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเครือข่ายท้องถิ่น
-การเชื่อมต่อเครือข่ายท้องถิ่นเป็นเครือข่ายระยะไกล
การติดตั้งโมเด็ม
การเชื่อมต่อทางซอพต์แวร์
เครือข่ายอินเตอร์เน็ต
-ตำแหน่งของคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
-ระบบชื่อโดเมน
และลักษณะการแปลงเลขฐาน
วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2551
เรื่องที่เรียนวันที25กรกฎาคม51
เรื่องโครงสร้างของระบบแฟ้มข้อมูล
-บิต(bit)ประกอบข้อมูลที่เป็นเลขฐานสอง(Binary digit)ที่ใช้แทนค่าหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์
-ไบด์(Byte)ประกอบด้วยจำนวนบิตหลายๆบิตเรียงต่อกัน / 8 บิต =1ไบด์
-ฟิลด์ หรือเขตข้อมูล (field) คือ การนำชุดของไบด์ตั้งแต่ 1ไบด์ขึ้นไป รวมกันเพื่อให้เกิดความหมาย เช่น ฟิลด์ลูกค้า
คือ 8บิต=1ไบด์สามารถเก็บได้ 1ตัวอักษร
เช่น แฟ้ม 1 แฟ้มมี200ไบด์ เก็บได้ 200 ตัว
-ระเบียน คือเอาฟิลด์หลายๆฟิลด์ที่มีความสัมพันธ์กันมารวมกันเป็นชุดเพื่ออะธิบายลักษณะของสิ่งๆนั้น
-แฟ้มข้อมูล กลุ่มของระเบียนที่มีความสัมพันธ์เก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแฟ้มข้อมูลเดียวกัน
-ฐานข้อมูล นำแฟ้มหลายๆข้อมูลมารวมกันโปรแกรมที่ทำหน้าที่ในการจัดการกับข้อมูลที่เรียกว่าระบบจัดการฐานข้อมูล(Database)
-บิต(bit)ประกอบข้อมูลที่เป็นเลขฐานสอง(Binary digit)ที่ใช้แทนค่าหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์
-ไบด์(Byte)ประกอบด้วยจำนวนบิตหลายๆบิตเรียงต่อกัน / 8 บิต =1ไบด์
-ฟิลด์ หรือเขตข้อมูล (field) คือ การนำชุดของไบด์ตั้งแต่ 1ไบด์ขึ้นไป รวมกันเพื่อให้เกิดความหมาย เช่น ฟิลด์ลูกค้า
คือ 8บิต=1ไบด์สามารถเก็บได้ 1ตัวอักษร
เช่น แฟ้ม 1 แฟ้มมี200ไบด์ เก็บได้ 200 ตัว
-ระเบียน คือเอาฟิลด์หลายๆฟิลด์ที่มีความสัมพันธ์กันมารวมกันเป็นชุดเพื่ออะธิบายลักษณะของสิ่งๆนั้น
-แฟ้มข้อมูล กลุ่มของระเบียนที่มีความสัมพันธ์เก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแฟ้มข้อมูลเดียวกัน
-ฐานข้อมูล นำแฟ้มหลายๆข้อมูลมารวมกันโปรแกรมที่ทำหน้าที่ในการจัดการกับข้อมูลที่เรียกว่าระบบจัดการฐานข้อมูล(Database)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)